หริ่น รีวิว วิธีขึ้นยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch)

วิธีขึ้นยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) 

จองตั๋วจุงเฟราที่ Klook ได้ที่นี่

https://klook.tpo.mx/b3e3ddhU

จองตั๋วจุงเฟราที่ kkday ได้ที่นี่

https://kkday.tpo.mx/8jUkBKdg

จองตั๋วจุงเฟราที่ get your guide ได้ที่นี่

https://getyourguide.tpo.mx/Qm19skaJ 


ประวัติและความสำคัญ ยอดเขาจุงเฟรา 

ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) สวิตเซอร์แลนด์ สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตร  ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 2007 หากใครพักที่เมืองอินเทอร์ลาเคน ก็สามารถเที่ยวยอดเขาจุงเฟราได้ใน 1 วัน

 

© Jungfraubahnen 2019


อุณหภูมิยอดเขาจุงเฟรา

ไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหน ก็ขึ้นไปเที่ยวบนยอดเขาจุงเฟราได้ เพราะเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูกาลที่นี่ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป

จุดเด่นยอดเขาจุงเฟรา

การที่จะขึ้นไปทำความรู้จักกับจุงเฟราได้นั้น มีวิธีเดียวคือการนั่งรถไฟขึ้นไปโดยมี 2 เส้นทางให้เลือก คือ  Lauterbrunnen และ Grindelwald ทั้งสองเส้นทางจะวิ่งผ่านหมู่บ้านและทุ่งหญ้า ค่อยๆไต่ความสูงขึ้นไปจนถึงสถานีรถไฟจุงเฟรายอค  (Jungfraujoch) ที่ความสูง 3,454 เมตร ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป 

ที่นิยม คือ นักท่องเที่ยวจะขึ้นรถไฟจากเส้นทางหนึ่ง แล้วลงอีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อที่จะได้เห็นวิวสองข้างทางของทั้ง 2 เส้นทาง 

 

 

รีวิวขึ้นยอดเขาจุงเฟรา

1 การขึ้นที่ Interlaken Ost :  รถไฟทั้งสองขบวนไป “เลาเทอร์บรุนเนน" (Lauterbrunnen) และ “กรินเดลวาลด์” (Grindelwald) วิ่งควบคู่กันไป อย่าลืมว่าต้องตรวจสอบป้ายปลายทางของเราบนรถไฟเสมอ ส่วนด้านหน้าจะขับต่อไปที่ Lauterbrunnen

2 Zweiltschinen : รถไฟทั้งหมดแยกที่สถานีนี้  (ระวังต่อรถไฟผิด) โดยรถไฟเราต้องไปทาง เลาเทอร์บรุนเนน นะคะ 

3 Wenergalpbahn เวงเก้นเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขา เวนเก้นเป็นเมืองปลอดรถยนต์ การเดินทางจึงต้องเดินทางด้วยรถไฟ ชาวเมืองเวนเก้นส่วนใหญ่ทำงานด้านโรงแรมและทัวร์ จุดนี้ยังเป็นจุดเหมาะสำหรับการเริ่มต้นการเดินป่า

4 Kleine Scheidegg เพื่อเดินทางไป Jungfraujoch เราจะต้องเปลี่ยนไปรถไฟ Kleine Scheidegg  สถานีนี้ เป็นที่รวมของทั้งสองสาย คือ จาก Grindelwald และ Lauterbrunnen

5 Jungfraujoch - The top of europe

จาก Kleine Scheidegg รถไฟจะผ่านอุโมงค์และปีนขึ้นไปบนยอดเขา Jungfraujoch ผ่านอุโมงค์จากสถานี Eiger Glacier ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1896 ถึง 1912 มีความยาวเจ็ดกิโลเมตร  เราจะมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของ Eiger และธารน้ำแข็ง

6 เมื่อออกจากสถานีนี้สามารถไปชม “วังน้ำแข็ง” (Jungfraujoch ice cave) ที่มีประติมากรรมน้ำแข็งรูปปั้นแกะสลักและอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็งให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย  

7 เมื่อเดินออกมาชมวิวที่ราบกว้างอันงดงาม  คือ สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด ออกไปสัมผัสกับหิมะสีขาวโพลนบนพื้นที่ภูเขาที่สูงมากๆ พร้อมกับชมทัศนียภาพของ ธารน้ำแข็ง Aletsch ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่มากๆอีกแห่งหนึ่งในยุโรป

8 มีลิฟต์ขึ้นไปที่ระเบียงชมวิว “สฟิงซ์” หรือเรียกว่า หอคอย Sphinx ซึ่งมีความสูงถึง 3,571 เมตรบนคอหอยจะสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศามองเห็นยอดเขาอื่นๆ เรียงรายสลับซับซ้อน ยอดเขาแต่ละแห่งต่างปกคลุมไปด้วยหิมะสวยงาม และมีทัวร์ “รถไฟใต้ดินประสบการณ์” ที่รู้จักกันในชื่อ Alpine Sensation อีกด้วย

9 จากนั้นโดยสารรถไฟ The Schynige Platte Railway  ต่อในระยะทางสุดท้ายเพียง 7 กม. นี้รถไฟจะเดินทางช้ามากในระยะทาง 1,420 เมตร ใช้เวลาถึง 50 นาที ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมรับความแตกต่างของความดันและระดับออกซิเจนที่บางเบา (อาการเจ็บป่วยจากความสูงโดยทั่วไปจะปรากฏขึ้น 6-12 ชั่วโมงที่ระดับความสูงมากกว่า 2,500 เมตร)

โดยระหว่างทางไปบนยอดเขา สามารถมองเห็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย ระหว่างทางนั้นน่าประทับใจทั้งป่าไม้ทุ่งหญ้าบนเทือกเขาแอลป์ ทิวทัศน์อันตระการตาของทะเลสาบทูน และเบรียนซ์ ทิวทัศน์อันน่าทึ่งและต่อเนื่องของภูเขาทั้งสามที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ได้แก่ ภูเขา Eiger, Munch และ Jungfrau 

ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวจากสถานีบนยอดเขา คือ ทางเข้าสวนพฤกษศาสตร์อัลไพน์ ซึ่งมีไม้ดอกและเฟิร์น ที่แตกต่างกันประมาณ 600 ชนิด จัดแสดงอยู่ในสถานที่ทางธรรมชาติทั่วไป ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน จนถึงปลายเดือนกันยายน (เข้าฟรี)

 

เทคนิคเที่ยวรอบๆ จุงเฟรา

1 คุณสามารถจองที่นั่งจาก Kleine Scheidegg ไปยัง Jungfraujoch ราคา 5 CHF ต่อเที่ยวสามารถจองได้ที่สถานีในพื้นที่ หรือทางออนไลน์แนะนำ สำหรับการเดินทางขาขึ้นเขา โดยเฉพาะรถไฟในช่วงเช้าจะค่อนข้างเต็มแต่ขาลงไม่จำเป็นก็ได้ (จองทั้งสองเที่ยว 10 CHF) 

2 อัตราค่าตั๋ว ปกติอยู่ที่ประมาณ 200 CHF ต่อคน แต่ถ้าคุณขึ้นรถไฟขบวนแรกในตอนเช้า (หรือขบวนสุดท้ายในช่วงบ่าย) คุณจะได้รับส่วนลดเป็นจำนวน 25% โดยเดินทางตอนเช้า ขึ้นจาก Interlaken Ost ในเวลา 6.35 น. หรือ 7.05 น. และ จากสถานี Kleine Scheidegg เวลา 8.00 น. หรือ 8.30 น. และกลับจาก Jungfraujoch ก่อน 13.00 น 

3 ราคาของตั๋วรถไฟ รวมค่าเข้าชมคอมเพล็กซ์ Jungfrau ทั้งหมดแล้ว แต่ไม่รวมกิจกรรมเพิ่มเติมอื่นๆ 

4 ส่วนลดสำหรับ Swiss Travel Pass (Flex)  คือ เดินทางฟรีจาก Interlaken Ost ไปยัง Grindelwald, Wengen (ผ่าน Lauterbrunnen) และ Murren, 25% สำหรับ Grindelwald/Wengen - Kleine Scheidegg - Jungfraujoch และ 50% สำหรับพื้นที่ภูเขาอื่นๆ 

5 ยังมีเคเบิ้ลอื่นๆรอบ Interlaken  เช่น

5.1 Murren via Grutschalp

รถไฟ The Lauterbrunnen-Murren Rail & Cableway เป็นกระเช้าลอยฟ้า Lauterbrunnen-M?rren เชื่อมเมือง Lauterbrunnen กับรีสอร์ตตากอากาศ Murren เข้ากันไว้ 

กระเช้าลอยฟ้า  จะออกจาก “เลาเตอร์บรุนเนน” ไปยังสถานียอด Grutschalp ซึ่งผู้โดยสารจะเปลี่ยนเป็นรถไฟสายไปยังร้านอาหาร Winteregg และ Murren

(เส้นทาง Cableway Murrenbahn: Lauterbrunnen - Grutschalp + BLM (Bergbahn Lauterbrunnen-Murren) Grutschalp - Winteregg - Murren)

5.2 Harder Kulm

รถไฟ Harder (HB) ระยะทาง 755 เมตร  ใช้เวลา 8 นาทีและพาคุณจาก Interlaken Ost ไปยัง Harder Kulm ซึ่งเป็นภูเขาหลักของเมือง Interlaken 

ระหว่างนั่งกระเช้าไฟฟ้าทุกคนจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของทะเลสาบทูนและทะเลสาบเบรียนซ์หุบเขาและยอดเขาไอเกอร์มองช์และจุงเฟรา 

(เส้นทาง HB (Harderbahn): Interlaken Ost - Harder Kulm)

 

5.3 Grindelwald - First 

เดินเท้าจากสถานีรถไฟ Grindelwald ประมาณ 20-30 นาที ผ่านถนนสายหลักของเมืองที่มีร้านค้าและโบสถ์สไตล์สวิส เพื่อไปยังสถานีกระเช้า Firstbahn (First Cable Car Station) ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่จุดชมวิว แต่มีจุดกิจกรรมที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น First Cliff Walk by Tissot, Bachalpsee (ทะเลสาบมรกต) ครื่องเล่นแอดเวนเจอร์ขากลับ (First Adventure Activities)

 

5.4 Eiger Express กระเช้าลอยฟ้าอัจฉริยะ

เปิดใหม่ล่าสุด วิ่งตรงจากสถานี Grindelwald Terminal พุ่งทะยานข้ามหุบเขาขึ้นสู่สถานีEigergletscher (ธารน้ำแข็งไอเกอร์)  ทำให้สามารถนั่งกระเช้า Eiger Express จาก Grindelwald Terminal ขึ้นไปที่ Eigergletscher (15 นาที) แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายยุงเฟรา (Jungfrau Railway) ทะลุอุโมงค์ขึ้นสู่ยอดเขา 

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็ว บริหารเวลาเที่ยวได้ดี ไม่ชอบนั่งรถไฟนานๆ ราคาไป-กลับปกติจะอยู่ที่ประมาณ CHF 64 - CHF 74 (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) และต้องการเห็นวิวหน้าผา Eiger ในมุมมองสูงที่ยิ่งใหญ่สะใจ

ตัวสถานี Grindelwald Terminal ด้านล่างยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านค้าแบรนด์เนม ซูเปอร์มาร์เก็ต และที่จอดรถขนาดใหญ่ แต่อาจจะขาดเสน่ห์ความคลาสสิกและโรแมนติกแบบสไตล์สวิสดั้งเดิมไปบ้างเมื่อเทียบกับการนั่งรถไฟสีเหลืองเขียวไต่เขาแบบเก่า แต่อย่างที่หรี่นแนะนำข้างต้น เราสามารถเลือกผสมผสานนั่งขาไปและกลับคนละเส้นทาง เพื่อแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ

 

สนใจจองตั๋วจุงเฟรา

เข้าเวบ จุงเฟรา.com

จองตั๋วจุงเฟราที่ Klook ได้ที่นี่

https://klook.tpo.mx/b3e3ddhU

จองตั๋วจุงเฟราที่ kkday ได้ที่นี่

https://kkday.tpo.mx/8jUkBKdg

จองตั๋วจุงเฟราที่ get your guide ได้ที่นี่

https://getyourguide.tpo.mx/Qm19skaJ

หรือให้หริ่นจองให้ ติดต่อได้ที่นี่ค่ะ 

Tel: 083-035-9755
Email: netnapa.seeyouagain@gmail.com
Website: https://www.seeyouagain-europe.com/default.aspx
LINE ID: 004207289999999


 

สรุปแบบฟันธง! ไปสวิสทั้งที ต้องขึ้นจุงเฟรา 

คุ้มค่าแน่นอน เพราะไม่ได้มีแค่หิมะ

 

ถามหริ่นเยอะมากนะคะ ว่า ไปสวิส ควรขึ้นจุงเฟราไหม คำตอบคือ ถ้าพูดถึงสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝันของใครหลายคน จุดหมายปลายทางที่เรียกว่า "ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต" คงหนีไม่พ้น Jungfraujoch (จุงเฟรายอค) หรือเจ้าของฉายา "Top of Europe" วันนี้หริ่นเลยสรุปพิกัดไฮไลต์ วิธีการเดินทาง และเคล็ดลับการเตรียมตัวฉบับเข้าใจง่ายมาฝากกัน เผื่อใครกำลังวางแผนทริปยุโรป จะได้ตามรอยกันได้แบบมือโปร

 

ทำไมต้องไปจุงเฟราย็อค (Jungfraujoch)

ที่นี่ไม่ใช่แค่ยอดเขาธรรมดา แต่เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป ด้วยความสูงถึง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีหิมะและธารน้ำแข็งยักษ์ Aletsch Glacier ปกคลุมตลอดทั้งปี สวยงามอลังการจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เรียกว่าวิวหลักล้านของจริง 

 

วิธีขึ้นจุงเฟราเลือกได้ 2 สไตล์

เริ่มต้นเดินทางจากสถานี Interlaken Ost โดยเราสามารถเลือกเส้นทางขึ้นเขาได้ 2 แบบตามความชอบเลย 

สายคลาสสิก (Slow Life) นั่งรถไฟชมวิวผ่านหมู่บ้านน่ารักๆ อย่าง Lauterbrunnen หรือ Grindelwald แล้วไปต่อรถไฟฟันเฟืองที่สถานี Kleine Scheidegg เพื่อไต่ถังขึ้นยอดเขา เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่อยากเสพวิวสองข้างทางแบบเต็มอิ่ม  

สายไฮสปีด (ประหยัดเวลา) นั่งรถไฟไปลงที่ Grindelwald Terminal แล้วเปลี่ยนไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้ายักษ์ Eiger Express เส้นทางนี้ขอบอกว่าทันใจมาก เพราะช่วยย่นเวลาเดินทางไปได้ถึง 47 นาทีเลยทีเดียว 

 

5 ไฮไลต์บนยอดเขาที่ห้ามพลาด

1 Sphinx Observatory หอชมวิวขนาดยักษ์ที่มีทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง มองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา พาโนรามาสุดๆ

2 Ice Palace เดินลุยถ้ำน้ำแข็งใต้ดินขนานแท้ ที่มีงานแกะสลักน้ำแข็งสวยๆ ให้ถ่ายรูปเพียบ

3 Alpine Sensation อุโมงค์ไฟและสื่อจัดแสดงประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟจุงเฟรา กว่าจะมาเป็นทางรถไฟสายนี้ไม่ง่ายเลย  

4 Plateau ลานหิมะกลางแจ้ง จุดยอดฮิตที่ทุกคนต้องไปยืนโพสต์ท่าถ่ายรูปคู่กับธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาสูง 

5 Lindt Heaven สวรรค์ของคนรักของหวาน แวะซื้อช็อกโกแลต Lindt ในร้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก

 

ไปจุงเฟราต้องเตรียมตัวอย่างไร

1 ถ้ามีบัตร Swiss Travel Pass หรือ Swiss Half Fare Card อยู่แล้ว สามารถนำมาใช้เป็นส่วนลดค่าตั๋วได้เยอะเลย 

2 แต่ถ้าใครแพลนว่าจะเที่ยวเก็บรอบๆ ภูมิภาคนี้หลายวัน แนะนำให้ซื้อเป็น Jungfrau Travel Pass หรือ Berner Oberland Pass ร่วมด้วย จะช่วยคุมงบค่าเดินทางในจุดอื่นๆ ได้คุ้มค่ากว่ามากๆ  

3 ระวังโรคแพ้ความสูง (Altitude Sickness) อากาศด้านบนค่อนข้างเบาบาง แนะนำให้เดินช้าๆ ไม่รีบวิ่ง และจิบน้ำบ่อยๆ นะคะ

4 ชุดต้องพร้อม อุณหภูมิบนนั้นติดลบหรือใกล้เคียง 0 องศาตลอดปี เสื้อกันหนาวหนาๆ ต้องเข้า นอกจากนี้ แว่นกันแดดสำคัญมากเพราะแสงสะท้อนจากหิมะแรงแสบตา รวมถึงรองเท้าควรเลือกคู่ที่เกาะหิมะได้ดี ไม่ลื่น 

5 เช็กสภาพอากาศก่อนกดตั๋ว วันไหนหมอกหนาอาจจะมองไม่เห็นอะไรเลย แนะนำให้เช็กพยากรณ์อากาศและดู กล้อง Webcam สด ของยอดเขาก่อนขึ้น จะได้ไม่พลาดวิวสวยๆ 

  

เดินเขา Trekking & Hiking บนจุงเฟรา  

เส้นทางเดินเขาของที่นี่เขาแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ตามระดับความสูงและไลฟ์สไตล์ นั่นคือ "แบบเดินลุยหิมะบนยอดเขาสูง (Glacier Hike)" กับ "แบบเดินชิลชมวิวทุ่งหญ้าอัลไพน์ (Alpine Hike)" ในโซนสถานีรองลงมา  

1. สายลุยหิมะฉ่ำๆ บนยอดเขา Jungfraujoch (ความสูง 3,454 ม.+)

เส้นทางยอดฮิต Hike to Mönchsjochhütte (กระท่อมเขาเมินช์)

ไฮไลต์จากหริ่น นี่คือเส้นทาง Trekking หนึ่งเดียวที่เริ่มเดินจากตัวสถานี Jungfraujoch เลย  เราจะได้เดินตัดผ่านธารน้ำแข็งยักษ์ (Jungfraufirn) มุ่งหน้าไปยัง Mönchsjochhütte ซึ่งเป็นกระท่อมบนเขาที่มีคนดูแลที่อยู่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ (สูงถึง 3,650 เมตร ) วิวรอบตัวคือเทือกเขาหิมะและธารน้ำแข็งอลังการระดับ 10/10 ได้ฟีลนักพิชิตยอดเขาตัวจริงเลย 

ระยะทาง/เวลา ไป-กลับ ประมาณ 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินรวมประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง

ระดับความยาก ปานกลาง (ทางค่อนข้างชันช่วงท้าย และเดินบนพื้นหิมะตลอดทาง )

ข้อควรระวังที่สุด ตลอดทางเดินจะมีหลักไม้ปักบอกแนวที่เกลี่ยหิมะไว้ให้ ห้ามเดินออกนอกเส้นทางเด็ดขาดนะคะ เพราะพื้นที่รอบๆ เป็นธารน้ำแข็ง มีโอกาสเสี่ยงที่จะตกไปในร่องน้ำแข็ง (Crevasse) ที่ซ่อนอยู่ใต้หิมะได้ ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด 

2. สายชิลชมวิวทุ่งหญ้าและภูเขา (รอบๆ จุงเฟรา)

สำหรับใครที่คิดว่าเดินบนความสูง 3,000 กว่าเมตรแล้วหายใจลำบากไปนิด หริ่นแนะนำให้ขยับลงมาเดินโซนสถานีด้านล่าง (ช่วงสถานีรถไฟฟันเฟืองหรือสถานีกระเช้า) ซึ่งฮิตมากในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย. - ต.ค.) วิวสวยอย่าบอกใครเลย  

2.1 Eiger Trail (จาก Eigergletscher ไป Alpiglen)

ไฮไลต์ เส้นทางของคนชอบความแกร่ง เพราะเราจะได้เดินเลียบใต้หน้าผาหินขนาดยักษ์ของยอดเขา Eiger (Eiger North Face) ในตำนาน ได้ฟีลยิ่งใหญ่ตระการตา แถมยังมองเห็นวิวเมือง Grindelwald จากมุมสูงด้วย 

ระยะทาง/เวลา ประมาณ 6 กิโลเมตร (เน้นเดินลงเนิน) ใช้เวลาประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง

2.2 Jungfrau Eiger Walk (จาก Eigergletscher ไป Kleine Scheidegg)

ไฮไลต์ เส้นทางสั้นๆ ที่หริ่นแนะนำมากๆ สำหรับครอบครัวหรือมือใหม่ เดินง่าย สบายๆ วิวสวยปังปุริเย่มาก เพราะเราจะมองเห็นยอดเขา 3 พี่น้อง (จุงเฟรา, เมินช์, ไอเกอร์) ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าตลอดการเดินเลย 

ระยะทาง/เวลา ประมาณ 1.6 กิโลเมตร (เดินลงเนินชิลๆ) ใช้เวลาแค่ 30 - 45 นาทีเท่านั้น  

วิธีเตรียมตัวก่อนออก Trekking บนจุงเฟรา

เช็กสภาพอากาศและป้ายสถานะก่อนเดิน โดยเฉพาะทางไปกระท่อม Mönchsjochhütte ต้องเช็กกับเจ้าหน้าที่หรือดูป้ายไฟที่สถานีจุงเฟราก่อนว่าขึ้นสถานะ "Trail Open" ไหม เพราะถ้าวันไหนพายุเข้า หมอกหนาจัด หรือมีความเสี่ยงหิมะถล่ม ทางจะปิดเพื่อความปลอดภัยทันที 

ไอเทมสำคัญห้ามลืม 

รองเท้า ต้องเป็นรองเท้า Hiking/Trekking ที่มีดอกยางลึก หนา และกันน้ำได้ดีเท่านั้นนะคะ เพราะหิมะด้านบนลื่นมาก และบางช่วงหิมะละลายจะแฉะเป็นน้ำขัง 

แว่นตากันแดด จำเป็นระดับสิบ แสงแดดที่กระทบหิมะสีขาวโพลนจะสะท้อนเข้าตารุนแรงมาก ถ้าไม่ใส่เสี่ยงเกิดอาการตาพร่าจากแสงสะท้อนหิมะ (Snow Blindness) ได้เลย 

ครีมกันแดด ถึงอากาศจะหนาว แต่แดดบนที่สูงแรงมาก เผลอแป๊บเดียวผิวไหม้ได้เลย 

ระวังอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) อากาศด้านบนเบาบางกว่าปกติ แถมการเดินบนหิมะต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติถึง 2 เท่า แนะนำให้เดินช้าๆ ก้าวสั้นๆ ไม่รีบวิ่ง และจิบน้ำบ่อยๆ ถ้าเริ่มรู้สึกปวดหัว เปลี้ย หรือเวียนหัว ให้หยุดพักทันทีนะคะ

 

สรุปให้ง่ายๆ เลย ... ถ้าชอบความลุย ท้าทายลมหนาว ท่ามกลางหิมะขาวโพลน จัดเส้นทาง Mönchsjochhütte ได้เลย รับรองได้รูปเท่ๆ กลับไปอวดเพื่อนแน่นอน หรือถ้าอยากเดินทอดน่องสบายๆ ถ่ายรูปกับดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าเขียวๆ ตัดขอบฟ้าใส แนะนำ Jungfrau Eiger Walk  

หริ่นหวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้ทุกคนวางแผนเที่ยวจุงเฟราได้ง่ายขึ้นนะคะ ส่วนใครที่ไม่อยากวุ่นวายเรื่องการจองตั๋ว วางเส้นทาง หรืออยากได้ทริปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แบบส่วนตัว สะดวกสบาย และเป็นกันเอง... ให้ See You Again ดูแลคุณนะคะ ติดต่อสอบถามซื้อตั๋วได้เลยค่า